
การ ทำเว็บไซต์ ไม่ได้จบลงหลังจากที่คุณออกแบบและนำเว็บไซต์ออนไลน์สำเร็จแล้ว แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องดูแลให้เว็บไซต์ทำงานได้ดี พร้อมรองรับผู้ใช้งาน และช่วยผลักดันอันดับบน Google อยู่เสมอ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress ซึ่งแม้จะใช้งานง่าย แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาด้านความปลอดภัย ความเร็ว การแสดงผล หรือข้อผิดพลาดที่อาจกระทบต่อเว็บไซต์ในระยะยาว เรามี เช็กลิสต์สิ่งที่ต้องตรวจสอบรายเดือนสำหรับ WordPress ที่ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถนำไปใช้ได้ทันที เพื่อให้เว็บไซต์มีประสิทธิภาพสูงสุด
1. ตรวจสอบการอัปเดตของ WordPress, Plugins และ Themes
WordPress มีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ ทั้งในส่วนของแก้ไขบั๊ก ปรับปรุงความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพ หากไม่อัปเดตอาจเสี่ยงต่อการโดนแฮก หรือทำให้เว็บไซต์ทำงานผิดปกติ
รายการตรวจสอบ
- อัปเดต Core WordPress เวอร์ชันล่าสุด
- ตรวจสอบปลั๊กอินที่ใช้งานอยู่และอัปเดตทั้งหมด
- อัปเดตธีมที่ใช้อยู่ รวมถึงธีม Parent และ Child theme
- ลบปลั๊กอินหรือธีมที่ไม่ได้ใช้เพื่อลดช่องโหว่
การอัปเดตระบบช่วยให้การ ทำเว็บไซต์ WordPress ราบรื่น และยังช่วยให้ระบบทันสมัยพร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ
2. สำรองข้อมูลเว็บไซต์ (Backup)
ข้อผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เช่น การอัปเดตปลั๊กอินแล้วเว็บไซต์ Error, File เสียหาย หรือโดนไวรัส การมี Backup รายเดือนหรือรายสัปดาห์คือการป้องกันความเสียหายของข้อมูลธุรกิจ
รายการตรวจสอบ
- ตรวจสอบว่าระบบ Backup ทำงานอัตโนมัติหรือไม่
- ดาวน์โหลดสำเนา Backup เก็บไว้ในเครื่อง
- ตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ Backup และฐานข้อมูล
สำหรับธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ทำเว็บไซต์บริษัท, ทำเว็บไซต์ธุรกิจ ควรตั้งระบบ Backup รายวันหรือรายสัปดาห์
3. ตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์ (Website Speed & Performance)
ความเร็วคือปัจจัยสำคัญของ SEO เพราะ Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่โหลดเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี
รายการตรวจสอบ
- เช็กคะแนน PageSpeed Insights
- ตรวจสอบภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไปและบีบอัดใหม่
- ล้าง Cache ของปลั๊กอิน Cache ที่ใช้อยู่
- ตรวจสอบการทำงานของ CDN เช่น Cloudflare
- เช็กว่ามีปลั๊กอินไหนทำให้เว็บไซต์ช้าลง
เว็บไซต์ที่ทำงานเร็วจะช่วยสนับสนุนการ รับทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
4. ตรวจสอบ Broken Links และหน้า Error
ลิงก์เสีย (Broken links) หรือหน้า 404 คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ประสบการณ์ใช้งานแย่ลง และกระทบอันดับ SEO โดยตรง
รายการตรวจสอบ
- ใช้ปลั๊กอินตรวจสอบลิงก์เสีย เช่น Broken Link Checker
- ตรวจสอบลิงก์ภายในและลิงก์ภายนอก
- ตรวจสอบเมนูต่าง ๆ ว่ายังเชื่อมโยงถูกต้อง
- ตรวจสอบหน้า 404 และติดตั้ง Redirect ที่จำเป็น
5. ตรวจสอบความปลอดภัยเว็บไซต์ (Security Scan)
เว็บไซต์ WordPress เป็นเป้าหมายของการโจมตีบ่อยครั้ง การป้องกันไว้ก่อนคือสิ่งจำเป็น
รายการตรวจสอบ
- สแกนมัลแวร์ด้วยปลั๊กอิน เช่น Wordfence หรือ Sucuri
- ตรวจสอบ Log การล็อกอินผิดปกติ
- ตรวจสอบไฟล์ที่ถูกแก้ไขโดยไม่ได้ตั้งใจ
- ปิด Directory Browsing
- ตรวจสอบว่า SSL ยังใช้งานได้สมบูรณ์
6. ตรวจสอบฟอร์มต่าง ๆ บนเว็บไซต์
ฟอร์มติดต่อ เช่น Contact Form, Booking Form, หรือแบบฟอร์มรับคำถาม คือจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างลูกค้าและธุรกิจ หากฟอร์มเสียหายเพียง 1 เดือน คุณอาจสูญเสียลูกค้าไปจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว
รายการตรวจสอบ
- ทดสอบส่งข้อมูลผ่านฟอร์มทุกชนิด
- ตรวจสอบว่าอีเมลปลายทางได้รับข้อความหรือไม่
- ดูว่ามี Spam เพิ่มขึ้นผิดปกติหรือไม่
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อกับ CRM หากมี
7. ตรวจสอบสถิติผู้เข้าชมและพฤติกรรมผู้ใช้งาน (Analytics)
ข้อมูลสำคัญเพื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพเว็บไซต์และนำไปปรับปรุง SEO
รายการตรวจสอบ
- ตรวจสอบ Traffic รายเดือน
- ดูว่า Page ไหนมี Bounce Rate สูง
- ดูว่า Page ไหนทำ Conversion ได้ดี
- เช็กแหล่งที่มาของ Traffic เช่น Organic, Paid, Social
- ดู Page ที่ผู้ชมเข้าชมมากที่สุด เพื่อเพิ่มคอนเทนต์หรือปรับปรุง
8. ตรวจสอบฐานข้อมูล (Database Optimization)
ฐานข้อมูลของ WordPress จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่เคลียข้อมูลจะทำให้เว็บไซต์ช้าลง
รายการตรวจสอบ
- ล้าง Revision เก่า
- ลบ Spam comments
- ล้างตารางฐานข้อมูลด้วยปลั๊กอินอย่าง WP-Optimize
- ตรวจสอบขนาดฐานข้อมูลว่ามากผิดปกติหรือไม่
การดูแลฐานข้อมูลเป็นประจำช่วยให้เว็บไซต์ WordPress ทำงานได้อย่างลื่นไหล
9. ตรวจสอบการแสดงผลเว็บไซต์บนมือถือ
ผู้ใช้กว่า 70% เข้าผ่านมือถือ การตรวจสอบ Responsive Design ทุกเดือนคือสิ่งจำเป็น
รายการตรวจสอบ
- เช็กแสดงผลบนมือถือทุกขนาดจอ
- ตรวจสอบเมนู, ปุ่ม, ฟอร์ม ว่ากดง่าย
- ดูว่ามีองค์ประกอบเพี้ยนหลังอัปเดตปลั๊กอินหรือไม่
- ทดสอบความเร็วเว็บไซต์บนมือถือเป็นพิเศษ
เว็บที่ได้รับการปรับบนมือถือดีจะสนับสนุนการ ทำเว็บไซต์ WordPress ให้ติดอันดับง่ายขึ้น

10. ตรวจสอบคอนเทนต์และอัปเดตบทความเก่า
คอนเทนต์คือหัวใจของ SEO และเว็บไซต์ที่เติบโต ควรอัปเดตบทความหรือหน้าเพจที่มีความสำคัญเป็นประจำ
รายการตรวจสอบ
- ปรับปรุงบทความเก่า เพิ่มข้อมูลใหม่
- ตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่กำลังทำอันดับ
- แก้ไขโครงสร้าง Heading (H1-H3) ให้เหมาะสม
- อัปเดตภาพประกอบ
- เพิ่ม Internal Links เพื่อช่วยการจัดอันดับ
การอัปเดตสม่ำเสมอช่วยให้การ ทำ SEO มีผลลัพธ์ชัดเจนในระยะยาว
การ ทำเว็บไซต์ ให้ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับดีไซน์เพียงอย่างเดียว แต่คือการดูแล ตรวจสอบ และรักษาเว็บไซต์ให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ความเร็ว UX หรือ SEO โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องการผลลัพธ์ทางธุรกิจ
การทำเช็กลิสต์รายเดือนอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณพร้อมใช้งานอยู่เสมอ รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้ดี ปลอดภัย และช่วยสนับสนุนการทำ SEO ให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้าน บริการทำเว็บไซต์, ทำเว็บไซต์บริษัท, ทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีม รับทำ SEO ที่ช่วยวางกลยุทธ์วัดผล KPI อย่างมืออาชีพ ทีมงาน KTn Develop พร้อมดูแลธุรกิจของคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการทำการตลาดออนไลน์ครบวงจร เราให้คำปรึกษาฟรี จากทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์จริงด้านเว็บไซต์และการตลาดดิจิทัล
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel: 02-9504253
Phone: 0803926941
Email: INFO@KTNDEVELOP.COM
Facebook: KTn develop
Line OA : @KTNDEVELOP